กล้องวงจรปิด HIKVISION ( HIKVISION CCTV )

hikvision

เป็นผู้ผลิตกล้อง IP Camera / CCTV กล้องวงจรปิด ชั้นนำของโลก มีบุคลากรมากกว่า 3,700 คน มีทีมงานวิศวกรวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) มากกว่า 1,200 คน และมีประสบการณ์มากกว่า 30 ปี ในการพัฒนาอุปกรณ์เกี่ยวกับ Video Technology ในช่วงระยะเวลา 7 ปี HIKVISION ได้มีอัตราการเติบโตทางธุรกิจสูงที่สุด HIKVISION เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐานการนำเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา “UL” Underwriters Laboratories ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ออกให้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ สูงเท่านัั้น และยังได้รับมาตรฐานสากล อาทิ CE, FCC และ RoHS

ในปี 2014-2015 มียอดขายเป็นอันดับ 2 ของโลก (ขึ้นมาจากอันดับ 3 เมื่อปี 2013-2014) ด้วยยอดขายกว่า 2,528.9 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 88,500 ล้านบาท) มีเปอร์เซนต์การเติบโตสูงถึง 57.5% (*ที่มาจากการจัดอันดับ 2015 Top Security 50 >>http://www.asmag.com/Rankings/security50_rankings.aspx<<) โดยหากนับเฉพาะยอดขายสินค้ากล้องวงจรปิด HIKVISION มียอดขายเป็น “อันดับหนึ่งของโลก” ทำให้มั่นใจได้ว่าเป็นสินค้าที่ได้รับความไว้วางใจจากคนทั่วมุมโลก เนื่องจากคุณภาพของสินค้าสูงประกอบกับราคาที่ไม่แพง จึงได้รับการยอมรับจากกลุ่มลูกค้าทั่วโลก

ได้ร่วมพัฒนาเกี่ยวกับเทคโนโลยีภาพกับบริษัท Texas Instruments ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิป IC ชั้นนำของโลกทางด้านดิจิตอลมัลติมีเดีย DMSoC : TI DaVinci ผสานกับเทคโนโลยีการบีบอัดภาพ H.264 ซึ่ง HIKVISION เป็น ผู้นำทางด้านเทคโนโลยนี้ ทำให้กล้อง IP Camera ของ HIKVISION มีจุดเด่นในเรื่อง ความคมชัดของภาพสูง และรองรับการส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายเน็ตเวิร์คได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับผู้ผลิตรายอื่น
 มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี IP Camera จึงลงทุนใน การวิจัยกว่า 8% ของยอดขาย โดยภายใน 3 ปีข้างหน้า (ปี ค.ศ. 2011-2014) จะ ลงทุนวิจัย ผลิตภัณฑ์ทั้งฮาร์ตแวร์และซอฟต์แวร์กว่า 3,000 ล้าน เพื่อให้ HIKVISION เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของ IP Camera / CCTV อย่างแท้จริง

 HIKVISION เป็นผู้ผลิตกล้อง IP Camera / CCTV รายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลก
 เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์บันทึกภาพ (DVR) อันดับ 1 ของโลก
 เป็นผู้ผลิต IP Camera /CCTV อันดับ 5 ของโลก
 โรงงานแห่งใหม่ของ HIKVISION ที่มีพื้นที่กว่า 100,000 ตารางเมตร
 เป็นผู้ผลิต IP Camera / CCTV ยี่ห้อเดียว ที่ธนาคารแห่งประเทศจีนอนุญาติให้ ประมูลแข่งกับยี่ห้อของประเทศสหรัฐอเมริกา, ยุโรป และญี่ปุ่น

เหตุผลที่ทำให้กล้อง IP Camera ของ HIKVISION ได้รับการยอมรับอย่างสูงในขณะนี้
 ได้ลงทุนพัฒนาวิจัยกล้อง IP Camera ทั้ง Hardware และ Software ด้วยทีมวิศวกรจำนวนถึง 1,200 คน โดยมีการพัฒนาเทคโนโลยีดังนี้
1.) การพัฒนา IMAGE SIGNAL PROCESSING (ISP) Technology เกี่ยวกับฟังก์ชั่น การทำงาน อาทิ Automatic Exposure, Automatic White Balance, Auto Focus, Colour Direction และ Gamma Direction ทำให้ได้ภาพที่คมชัดในทุกสภาวะแวดล้อม ทั้งภายใน และนอกอาคาร
2.) Audio / Video Encoding & Decoding Technology HIKVISION เป็นผู้นำในการ พัฒนาการบีบอัดภาพแบบ H.264 ทำให้สามารถปรับปรุงพัฒนาการส่งภาพผ่านเครือข่าย เน็ตเวิร์คได้รวดเร็วและใช้แบนด์วิธน้อยกว่าผู้ผลิตรายอื่น
3.) Advance Hard Drive Management Technology มีระบบตรวจสอบการทำงาน ของฮาร์ดดิสก์ เช่น การเตือนเมื่อฮาร์ดดิสก์ชำรุด ในกรณีที่ฮาร์ดดิสก์ชำรุด สามารถทำการ ดึงข้อมูลส่วนที่เหลือออกมาได้ ด้วยระบบการจัดเก็บข้อมูลแบบ FAT32 ซึ่งเป็นระบบเดียว กับ Windows และรองรับเกี่ยวกับการจัดการระบบ Storage ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับ การขยายตัวของกล้อง IP Camera ในอนาคต
4.) ASIC Technology (Application-specific integrated circuit) ด้วยการลงทุนทาง ด้านการวิจัยทำให้ HIKVISION สามารถออกแบบ Video / Audio Processing Technology ที่สลับซับซ้อนใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ลงในชิป IC ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การแสดงภาพ มีความคมชัดและต่อเนื่อง